The Power of Follower in Social Media

ระหว่างวันนี้ที่พรีเซนต์ Social Media ให้กับทางบอร์ดบริหารฟัง ผมสรุปใจความง่าย ๆ ว่า With this your simple and small network, it could be a massive news feed. หลายคนทำหน้าสงสัยและไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดจะเป็นจริงได้อย่างไร

ไม่ใช่เรื่องแปลกหากคนที่ยังไม่เข้าใจกลไกของ Social Media และติดภาพของ Traditional Media อย่างเช่นทีวี หนังสือพิมพ์ Magazine ที่เคลมกันด้วยเรตติ้ง ยอดขาย และยอดพิมพ์ ซึ่ง Social Media ไม่ได้มีตรงนั้นชัดเจน

สิ่งที่ผมยกขึ้นมาเพื่อโต้แย้งง่าย ๆ คือการคิดแบบ Viral Marketing แม้คุณอาจจะมี Network ที่น้อยนิดเมื่อเทียบกับจำนวนสิ่งพิมพ์ที่มาในท้องตลาด (อันเป็นน่านน้ำ Red Ocean) แต่หากคุณได้คนที่มาต่อยอดความคิดของคุณอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว มันมีอานุภาพมากกว่าที่สิ่อเหล่านั้นทำด้วยซ้ำ

ในกรณีของ Twitter หากเราคิดแบบ One-Many แน่นอนว่านักการตลาดต้องแบบพื้น ๆ ก่อนว่าทำอย่างไรให้มี Follower เยอะ ๆ เน้นการสร้างฐานคนเข้ามาใน Network แต่จริง ๆ แล้วมันอาจจะไม่จำเป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะ Follower ที่ตามอยู่นั้น ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็น Active หรือ Not Active แถมข้อมูลที่คุณส่งไปอาจจะถูก Flood ไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางข่าวสารที่ไหลกันอย่างมหาศาลในโลกอินเตอร์เนตจน Follower เหล่านั้นไม่ได้รับสารที่คุณเพิ่งส่งออกไปก็ได้

แต่สิ่งที่ทำให้ข้อมูลข่าวสารนั้นเกิดการพูดถึง การบอกต่อ การอ้างอิง นั่นแหละคือสิ่งที่จะทำให้มันเกิดผลลูกโซ่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และยิ่งกว่าจำนวน Follower ของคุณเสียอีก

คิดตามหลักง่าย ๆ คล้ายกับแผนผังที่ MLM ใช้กัน สมมติคุณมี Network อยู่ 600 Network แต่ถ้าทั้ง 600 นี้เป็น Account ที่ไม่ active เลย ข่าวสารต่อให้คุณส่งไปยังไง มันก็ไม่เกิดอะไร แต่เกิดสมมติมีสัก 4 คนที่ active และคิดว่าข้อมูลนั้นควรแพร่่ต่อ ปฏิกริยาลูกโซ่ก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สมมติสี่คนนี้กด RT ข้อความคุณต่อ คนแรกมี Network อยู่ 50 คนที่สองมีอยู่ 60 คนที่สามมีอยู่ 100 และบังเอิญคนที่ 4 ดันเป็น Influencer ใหญ่ที่มี Network ร่วม 2,000 ฉะนั้น ตอนนี้ข่าวที่คุณส่งออกมาจึงไม่จบแค่ 600 คนแบบตอนแรกแล้ว แต่มันกระจายต่อไปยัง 2210 คนแล้วในพริบตา!!! และนี่คือแค่เกิดจาก Follower แค่ 4 คนเท่านั้นนะครับ !!!

ฉะนั้นมาถึงตรงนี้แล้ว จะเห็นว่าจำนวน Follower อาจจะไม่ใช่ตัวบอกว่าการทำ Marketing ผ่าน Social Media จะ Success หรือไม่ แต่ยังรวมไปถึงว่าคุณมี Right Follower หรือเปล่า และคนเหล่านั้นมีพฤติกรรมที่จะส่งข่าว บอกต่อด้วยไหม ไม่ใช่รับมาแล้วก็เก็บไว้ ไม่บอกต่อ เพราะอย่างนั้น Communication ก้จะ end ไป

แต่ขณะเดียวกัน นักการตลาดก็พึงระลึกไว้ว่า อย่าฝากความหวังทุกอย่างอยู่ที่ผู้มาติดตามรับสาร เพราะ Consumer ไม่ใช่ PR Agency ที่ต้องคอยส่งข่าวบอกต่อกันตลอดเวลา คนที่จะใช้ Social Media ก็ต้องคิดอย่างรอบคอบด้วยว่า Content ที่จะส่งออกไปนั้น ทำอย่างไรให้เกิด Viral Marketing ทำให้เกิด “ความอยากบอกต่อไปเรื่อย ๆ”

บันทึกโพสใน Technology & Trend. ป้ายกำกับ: , , . Leave a Comment »

Pool of Knowledge Sharing with #HashTag

ท่ามกลางกระแส Twitter ที่กำลังครึกครื้นและเติบโตอย่างรวดเร็ว หลาย ๆ บริษัทกระโจนเข้าหา Social Media โดยคาดหวังว่านี่จะเป็น Channel การเข้าถึงลูกค้าแบบใหม่โดยไม่ต้องหวังพึ่ง Media เดิม ๆ ที่ต้องเสียเงินค่าเช่าเดือนละหลายบาท

หนึ่งในวิธีการง่าย ๆ ของการใช้ Social Media คือการติดตามบุคคลที่เป็นที่ชื่นชอบ Follow Account ที่ได้รับการแนะนำ ถ้าเป็น Facebook ก็คือการตั้ง Community Group ขึ้นมา

วิธีการเหล่านี้จึงมักออกมาในลักษณะที่บริษัทตั้ง Corporate Account ขึ้นมาเพื่อส่งข่าวให้กับสมาชิกโดยตรง เช่น โปรโมชั่นใหม่ สินค้าใหม่ ส่วนลด ฯลฯ อาจจะมีบ้างคือการตอบโต้กับผู้ที่สอบถามเข้ามา

ในขณะถ้าหากคนธรรมดา หรือตัวบุคคลที่ไม่ใช่ Corporate Account ต้องการจะเผยแพร่อะไรบางอย่างให้กับคนอื่น ๆ แต่พบปัญหาว่าเรามี Follower ที่ไม่เยอะมากจะทำอย่างไร หรือถ้าหากเราต้องการจะทราบข่าวคราวหรือข้อมูลบางอย่างแต่ไม่รู้ว่าจะติดตามจาก Account ไหนเราจะต้องทำอย่างไร

หนึ่งในวิธีง่าย ๆ ที่ไม่ต้องรอให้มีใครมาแนะนำ Account คือการค้นหาด้วย HashTag (#) ซึ่งเป็นเสมือนการติดหัวเรื่องแบบเดียวกับที่การเขียน Blog ทำกัน และนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเผยแพร่และค้นหาแหล่งข้อมูลที่ยิ่งใหญ่มหาศาลเลยทีเดียว

อันที่จริง การเกิด Social Media ทำให้คนมากมายสามารถผลิตสื่อของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็น Blog, Website ฯลฯ และนั่นทำให้บุคคลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกูรู นักวิชาการสามารถเขียนบทความในพื้นที่ของตัวเองได้อย่างไม่ต้องพึ่งพื้นที่สิ่งพิมพ์แบบสมัยก่อน และหลายคนก็เอาความสามารถของ Social Media หลายอย่างมาเชื่อมโยงกัน จนทำให้การเผยแพร่ความรู้นี้ต่อยอดออกไปได้มากขึ้น

ตัวอย่างง่าย ๆ ที่สัมฤทธิ์ผลคือการที่นักเขียนแต่ละคนเขียนบทความไว้ใน Blog ของตัวเอง ก่อนเอาขึ้นแชร์ให้กับคนที่ติดตาม Blog อยู่แล้ว จากนั้นก็แชร์ URL นั้นใน Twitter พร้อมกับการติด HashTag ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งถ้า HashTag นั้นเป็นที่รับรู้ทั่วไปอยู่แล้ว ก็จะทำให้คนที่ใช้ Twitter อันมากมายทั่วโลกสามารถเห็น Tweet นี้ได้แม้ว่าเขาจะไม่ได้ Follow Account ของผู้เขียนก็ตาม (และแน่นอนว่าอาจจะนำมาสู่การ Follow ที่ตามมาด้วย)

จึงไม่แปลกว่าในหัวข้อดัง ๆ อย่างเช่น #CSR #Stock #Marketing #Investment จะเป็นหัวข้อที่นักคิดนักเขียนทั่วโลก ตลอดจนคนทั่วไปติด HashTag กันอยู่บ่อย ๆ และทำให้เกิดการแชร์ข้อมูลความรู้กันอยู่ตลอดเวลาแบบ Real Time (แน่นอนครับ ของไทยเราก็ต้อง #Mkttwit :D )

ฉะนั้น จากจุดนี้ถ้าหาก Blogger หรือ Corporate ไหนที่ต้องการจะโปรโมตข้อมูล บทความต่าง ๆ กลวิธีการ Integrate Social Media ต่าง ๆ เข้าด้วยกันน่าจะเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำได้ง่าย ได้ผล และแทบไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเพิ่มด้วย สิ่งที่อาจจะต้องคิดเป็นพิเศษคือการทำให้เนื้อหาและ HashTag นั้นไปด้วยกัน ไม่ใช่ว่า HashTag อย่าง แต่เนื้อหาอย่าง (ซึ่งแน่นอนว่านำมาสู่ Negative Feedback ของคนที่เข้ามาดู) หรือจะคิด HashTag  อย่างไรที่คนเข้าใจได้ง่าย ๆ และเป็นคำที่คนนึกถึงกัน

หน้าที่ตรงนั้นอาจจะเป็นของนักการตลาดด้าน Social Media ที่ต้องมาไขคำตอบแล้วล่ะ

บันทึกโพสใน Technology & Trend. ป้ายกำกับ: , , . Leave a Comment »

กลับมาเขียน Blog อีกครั้ง

หลังจากที่เวบ Multiply สามวันดีสี่วันไข้ แถมงอแง ทำให้ผมไม่ได้เขียน Blog อยู่นาน หลัก ๆ วุ่นอยู่กับการนั่งเล่น Twitter เสียมากกว่า แต่จนแล้วจนรอดก็กลับมาเขียน Blog อีกจนได้ โดยงานนี้เลือกใช้ WordPress แทน Blogger เนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่าในอนาคตอันใกล้คงได้มีโอกาสทำเป็นเวบตัวเองเป็นแน่แท้

อันที่จริงโดยส่วนตัวผมชอบ Twitter ในความง่ายและไม่ยุ่งยากของมัน แต่ข้อเสียคือ..มันตามกลับไปอ่านที่พิมพ์ไว้ยากมากเลย เพราะเจอ Timeline กลับไปเยอะ ครั้นจะเอาทุกอย่างมาเรียบเรียงก็นับว่ายากอยู่มากทีเดียว

ฉะนั้น ก็เลยมาจบลงที่ WordPress Blog อีกครั้งนี่และ

บันทึกโพสใน Online Diary. ป้ายกำกับ: , , . Leave a Comment »
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.